กสิกรไทย ยกการ์ดสูงคุมหนี้เสีย ชะลอปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล-เน้นลูกค้ารายเดิม

ธนาคารกสิกรไทย เผยสินเชื่อ 4 เดือนแรกโตน้อย รับเข้มปล่อยกู้สินเชื่อ ขอโตแบบระมัดระวัง หลังชะลอปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคล-ไม่มีหลักประกัน หันเจาะกลุ่มลูกค้าเดิม-กลุ่มรายได้เกิน 3 หมื่นบาทบ้านราคาเกิน 3 ล้านบาท ลั่นรายใหญ่ยังโตแกร่ง

วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ จะเห็นว่าสินเชื่อขยายตัวค่อนข้างน้อย ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.6% และการส่งออกอยู่ที่ 1.5% ส่งผลให้สินเชื่อน่าจะเติบโตในอัตราสอดคล้องกัน

กรมอุตุฯเผยภาพ พายุใหม่ 2 ลูก “ไซโคลน-โซนร้อน” ขนาบข้างไทย 1 ลูก
e-Money บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โอนเงินเหลือคืนแล้ว เช็กด่วน
ไฟเขียว ไปรษณีย์ปรับเงินเดือน 1.4 แสนบาท เพิ่มค่าใบประกอบเภสัช 10 เท่า
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงไตรมาสที่ 2/2567 สินเชื่อยังมีกลุ่มที่ฟื้นตัวได้และไม่ได้ตามลักษณะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบ K Shaped ทำให้ธนาคารมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยจะเห็นว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ค่อนข้างทรงตัว ส่วนหนึ่งมาจากธนาคารได้มีการชะลอการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลและไม่มีหลักหลักประกันตั้งแต่ปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าใหม่และลูกค้าทั่วไป เพื่อควบคุมความเสี่ยง

ดังนั้น กลยุทธ์ในปีนี้จะเน้นการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าเดิมที่รู้จักประวัติ เพื่อดูแลคุณภาพหนี้ โดยในส่วนของสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย จะเน้นกลุ่มที่มีรายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือนขึ้นไป หรือราคาบ้านตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากก่อนหน้านี้ธนาคารได้ลงไปเจาะตลาดกลุ่มราคา 2 ล้านบาท แต่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญ จึงชะลอกลุ่มนี้ เช่นเดียวกับสินเชื่อส่วนบุคคลที่เน้นรายเดิมที่มีการเดินบัญชีหรือทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารเป็นหลัก รวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รายเดิม

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK)
ขณะที่กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ จะเห็นว่าคุณภาพสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยเฉพาะ 50 บริษัทรายใหญ่ อันดับต้นๆ ที่เป็นลูกค้าของธนาคาร พบว่าคุณภาพการชำระหนี้ และผลประกอบการโดยรวมยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี การปล่อยสินเชื่อธนาคารยังปล่อยทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แต่จะมีการเลือกการเติบโตและปล่อยสินเชื่อตามขนาดของยอดคำสั่งซื้อ หรือแผนการลงทุนของลูกค้าเป็นหลัก

“เศรษฐกิจแบบนี้ การส่งออกโตได้ไม่สูง และมีความเสี่ยงจากต่างประเทศ หนี้ครัวเรือนของเราอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยง สูงเกินไปจากระดับที่ไม่น่าเกิน 80% แต่ปัจจุบันอยู่ 90% สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือแบงก์จะปล่อยสินเชื่อได้ยากแล้ว และพื้นที่ ๆ จะปล่อยมันมีน้อยลง

ดังนั้น ปีนี้ธนาคารพาณิชย์โดยรวมประคองตัวได้ถือว่าดีแล้ว ส่วนการสำรองหนี้สงสัยจะสูญคาดว่าจะใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนการหารายได้ในภาวะสินเชื่อไม่ได้ขยายตัว จะมุ่งเน้นในเรื่องธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง หรือ Wealth Management และ Transaction Banking”

Scroll to Top